อุทยานชำระใจ : รักถนอม (5)
posted on 01 Feb 2006 16:40 by jetkaroข้าวสวยแต่ละเม็ดมีคุณค่า
ความลำบากมีใครล่วงรู้บ้าง
หลี่เซิน*
.
มีนิทานเรื่องหนึ่ง เล่าถึงเด็กหนุ่มคนหนึ่งเข้าวัดไปบนบานศาลกล่าวให้เทพเจ้าช่วยแนะนำร่ำรวยเป็นเศรษฐีแก่เขาเทพเจ้าเห็นแก่ศรัทธาจิตของเขา จึงสอนว่า....
"เจ้าอยากรวยเป็นเศรษฐีไม่ยาก นับแต่นี้เป็นต้นไป ให้รักถนอมต่อทุกสิ่งและคนทุกคน ก็จะเป็นเศรษฐีเอง"
คนผู้นี้ได้ยินเช่นนั้นดีใจมาก เดินออกจากประตูวัด แต่พลาดพลั้งสะดุดหกล้ม บนพื้นพอดีมีต้นฟางข้าวต้นหนึ่ง จึงเก็บต้นฟางข้าวขึ้น จู่ๆมีผึ้งตัวหนึ่งบินมาเกาะบนต้นฟางข้าว
เขาเดินต่อไป ได้ยินเสียงเด็กร้องไห้ มารดาของเด็กปลอบอย่างไรก็ไม่ได้ผล เด็กทารกเห็นคนผู้นี้ถือต้นฟางข้าว บนต้นฟางข้าวมีผึ้งเกาะอยู่ จึงหยุดร้องไห้มองดูด้วยความแปลกใจ คนผู้นี้ยกต้นฟางข้าวให้กับเด็ก มารดาของเด็กจึงแสดงความขอบคุณ โดยการมอบผลส้มให้สามผล
เขาถือผลส้มเดินทางต่อ เหลือบเห็นม้าต้นหนึ่งล้มอยู่ข้างทาง เจ้าของม้าเดินทางจนเหน็ดเหนื่อย นั่งหอบหายใจกับพื้น ดังนั้นเขายกส้มทั้งสามผลให้เจ้าของม้ารับประทานดับกระหาย เจ้าของม้าก็ยกม้าให้แก่เขาเป็นการสมนาคุณ
เขาวิ่งไปข้างลำธาร ตักน้ำมาถังหนึ่งให้ม้าดื่ม ม้าพอดื่มน้ำก็ลุกขึ้นได้ ฉะนั้นเขาขี่ม้าออกเดินทาง เมื่อผ่านบ้านใหญ่หลังหนึ่ง มีชายสูงอายุผู้หนึ่งวิ่งออกจากบ้านพูดกับเขาว่า
"ข้าเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ ตอนนี้มีธุระต้องออกจากบ้าน ขอยืมม้าของตัวนี้ เจ้าพักอยู่ภายในก่อน หากข้าไม่กลับมา ตึกหลังนี้ขอยกให้แก่เจ้า"
ครั้นแล้วเขาพักอยู่ในตึกใหญ่ ชายสูงอายุนั้นไม่ได้กลับมาอีก เขาจึงกลายเป็นเจ้าของตึกหลังใหญ่ เป็นเศรษฐีขึ้นมา
โดยเช่นเดียวกัน บนเส้นทางชีวิตไม่ใช่ให้คุณเด็ดดมแต่กลีบกุหลาบอันสวยงาม หากแต่ต้องการให้รักถนอมต่อทุกวี่วันที่เดินผ่าน ทะนุถนอมต่อทุกเรื่องราวที่พบพาน
สำหรับความรัก........ในมุมของผม.
ผมมองเรื่องของความรักนั้นเป็นความบังเอิญ หลายคนมักคิดว่าความรักนั้นไม่ใช่ความบังเอิญ ความรักต้องมีที่มาที่ไป ความรักต้องเต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ เข้าใจกัน อะไรๆอีกหลายๆอย่างแล้วแต่ใครจะนิยาม แต่ผมก็ยังเชื่อว่าความรักนั้นเป็นความบังเอิญอยู่วันยังค่ำ บังเอิญเจอกันก่อนที่จะเรียนรู้ และมีความผูกพันกัน บังเอิญที่ให้ผู้ชาย-หญิงคู่หนึ่งมาพบกัน ผู้หญิงต่อผู้หญิงคู่หนึ่งมาพบกัน ผู้ชายต่อผู้ชายคู่หนึ่งมาพบกัน และคงบังเอิญให้ผมมาพบคุณ ณ ที่exteen.comแห่งนี้
ทำไมถึงเป็นแบบนั้น...
เป็นเพราะว่าสังคมของเรา ได้เคลื่อนผ่านจุดหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงมาแล้ว เป็นเรื่องยากที่เราจะพบใคร ทำความรู้จักใครได้อย่างง่ายๆ สังคมเราปิดประตูกับเรื่องพวกนี้ แต่อีกประตูกลับเปิดรับวัฒนธรรมใหม่ ความขัดแย้งจึงเกิดขึ้นในสังคม
อาจเป็นเธอคนนั้นที่ฉันรอ...
ความรักเป็นเพียง
แค่คนเพียงสองคนชื่นใจกัน......
ต้องขอบคุณความบังเอิญที่ทำให้พบกัน

ก็ไม่รู้นะคะ แล้วใครหลายคนต่างก็เฝ้ารอความบังเอิญที่ว่านั้น
#1 By *บลาสต์ on 2006-02-01 17:29