เรามาเบิกบานกับธรรมชาติบำบัด ด้วยการ


* เบิกบานกับการฝึกโยคะและเยียวยาตัวเองด้วยการผ่อนคลายอย่างสมบูรณ์
* เบิกบานกับการล้างคอ ล้างจมูก ล้างตา อาบแดด
* เบิกบานกับการกินอาหารธรรมชาติล้วน
* เบิกบานกับกิจกรรมบำบัด (แช่หลัง แช่สะโพก พอกตา อ่านหนังสือใต้แสงเทียน)
* รื่นรมย์กับการเรียนรู้อาการหิว ปวด มึน ปั่นป่วน อาเจียน ท้องเสีย ท้องผูก หงุดหงิด กังวล ใจเต้นแรง ง่วง ซึมเศร้า
* มีไข้ ผ่อนคลาย รื่นเริง เบิกบาน เปี่ยมด้วยพลังแห่งการสร้างสรรค์

สุขภาพที่ดีต้องการทั้งความเห็นที่ถูกต้อง ความปรารถนาที่ถูกต้อง และการกระทำที่ถูกต้อง

ร่างกายของเรา สร้างมลพิษให้กับอวัยวะภายในได้อย่างไร ?
มี ๒ วิธีเท่านั้นคือ ผ่านทางปาก และทางจมูก
การล้างคอ ล้างจมูก ล้างตา คือการเชื้อเชิญสิ่งสกปรกออกมาจากร่างกาย

เราทุกคนจะมีความสุขได้อย่างไร การเรียนรู้เริ่มต้นด้วยการกินและอยู่ให้เป็น ดังนั้น เรามาเริ่มจัดปรับกาย จิต ให้เกิดความสมดุลด้วยการใช้เวลาที่มีอยู่ในช่วงการอบรมธรรมชาติบำบัดอย่างรู้ตัวทั่วพร้อมในรายการที่น่าสนใจร่วมกันได้ดังนี้

เบิกบานด้วยการล้างคอ ล้างจมูก ล้างตา อาบแดด
การชำระล้างกายประจำวันด้วยการ

ล้างคอ
ล้างจมูก
ล้างตา
อาบแดด
น้ำอุ่น ๑ แก้ว + เกลือป่น + น้ำมะนาว
กลั้วคอประมาณ ๑๐ คำกลั้ว
เพื่อสุขภาพลำคอ
เหงือกแข็งแรง
ขับเสมหะ
แก้เจ็บคอ
ลดอาการระคายเคืองในหู
เป็นการเชื้อเชิญไข้หวัดออกมา
น้ำอุ่น ๑ แก้ว + เกลือป่น + น้ำมะนาวเจือจาง ใส่พวยกา ยืนค้อมหลัง เอียงตัวซ้าย เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย หายใจเข้า-ออกทางปากเท่านั้น
รินน้ำในกาเข้าทางช่องจมูกขวา น้ำจะไหลออกทางช่องจมูกซ้าย รินไปจนเหลืออีก ? กา ทำสลับอีกข้าง ข้อสำคัญ ให้ระมัดระวัง ควบคุมการหายใจเข้าออกทางปาก ระลึกรู้ตลอดเวลาแห่งการล้างจมูก !!!
ขับมูก เมือก
ลดอาการอักเสบในโพรงจมูก
ช่วยให้หายใจโล่งโปร่งสบาย
ใช้น้ำสะอาด ใส่ถ้วยล้างตา ๒ ถ้วย ก้มหน้าลงเล็กน้อย ลืมตาในน้ำ
กระพริบตาราว ๕0 ครั้ง ประมาณ ๕ นาที
ตาจะใส ลดการระคายเคืองตา
เวลาที่เหมาะสม
เช้า ก่อน ๙.00 น.
เย็น หลัง ๑๖.00 น.
สวมชุดผ้าฝ้ายสีขาวอ่อน เพราะเราต้องการแสงแดด ไม่ต้องการความร้อน
หันหน้าทางพระอาทิตย์ ยืน หรือนั่ง หลับตารับแสงแดดอุ่น ๓๐ นาที โดยหันหน้า ๑๕ นาที หันหลัง ๑๕ นาที ส่งจิตจดจ่อ กับส่วนที่เป็นปัญหาอยู่ คุยกับอวัยวะส่วน ที่เราต้องการดูแลพิเศษ
สำหรับการอาบแดด ถ้าเราสังเกตมด / แมลงที่ขึ้นในอาหาร ซึ่งเราวางไว้ เมื่อเรายกไปวางที่แดด มด/แมลงจะออกจากอาหารนั้น กายเราก็เช่นกัน ขณะยืนอาบแดดอยู่ แบคทีเรียที่ไม่เป็นคุณต่อเรา จะถูกขับออกไป ด้วยพลังแสงอาทิตย์ และเรายังได้รับวิตามินดี ที่ช่วยให้กระดูกดูดซึมแคลเซียม ช่วยให้กระดูกแข็งแรง โดยไม่ต้องจ่ายเงิน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วย มะเร็ง เบาหวาน และผู้ป่วยอื่นๆ จนถึงคนที่ไม่ได้เจ็บป่วย ก็จะได้รับแสงแดดป้องกันการเจ็บไข้ กรณีมีบาดแผล ปวดกล้ามเนื้อ อาการจะดีขึ้นอย่างรวดเร็ว

เบิกบานกับการกินอาหาร

คุณค่าของการกินอาหารในความเงียบ
ส่วนกาย
ส่วนใจ
บทพิจารณาอาหาร
กับการบริโภคอาหารธรรมชาติล้วน ช่วยให้
* ระลึกรู้ถึงคุณค่า ของความรักความใส่ใจ ความเมตตา จากผู้ร่วมปรุงอาหาร จากผู้บำรุงหล่อเลี้ยง พันธุ์พืช ผัก ผลไม้ และจากธรรมชาติที่แวดล้อม ให้เกิดพืชผลหลากหลาย
* ลิ้นได้รับรสชาติที่แท้จริงของอาหาร และสื่อสารให้ร่างกาย ส่งน้ำย่อยมาย่อยอาหาร ตรงตามรสของอาหาร
* ฟันได้ทำหน้าที่บดเคี้ยวอาหาร ประมาณ ๓๒ ครั้งต่อ ๑ คำเคี้ยว เพื่อลดภาระแก่กาย เพราะร่างกายต้องใช้พลังมากในการย่อย
* ได้กินอาหารที่ให้ความสะอาด เพื่อร่างกายจะได้รับแต่อาหาร ที่ช่วยชำระล้างกายให้สะอาด
* มีกายสดชื่น เย็น เบาสบาย กระดูกและกล้ามเนื้อเย็นชุ่ม เพราะ ผักสด ผลไม้สด บำรุงธาตุและกระดูก ให้พลังเป็นอาหารแห่งการเยียวยา

* กินอาหารที่สดชื่น เพื่อสัมผัสกับความสดชื่นในภายใน
* สามารถมีกำลังพอที่จะบังคับกาย ภายในบางอย่างได้ และสามารถทำกายให้อยู่ในอำนาจได้ ข่มความรู้สึกได้
* เราไม่มีสิทธิใดๆ เลย ที่จะใส่สิ่งที่เป็นทุกข์เข้าไปในจิตใจเรา ขณะกินอาหาร เพราะจะลดพลังจิตที่ดีลง
* ได้ลดความติดยึด ในรสอาหารบางอย่าง
* ได้เรียนรู้ศิลปะการดำเนินชีวิต ที่ปลอดภัย ไม่ผิดพลาดกับการใช้ชีวิต เพียงเรากินผลไม้ในมื้อเช้า เย็น และกินอาหารปรุงสุกในมื้อกลางวัน เท่ากับเราได้กินอาหาร ทางจิตวิญญาณไปพร้อมแล้ว
* กินอาหารเบาๆ เพื่อให้กายเบา จิตสบาย ถ่ายสะดวก ไม่มีกลิ่นรบกวน

เพื่อเกื้อกูลแก่การย่อยอาหาร ควรนั่งสมาธิเพชร ๑๕ นาที หลังกินอาหารจะไม่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน


การแช่สะโพก

แช่ทำไม
เพื่อลดความร้อน จากความดันอาหารในช่องท้อง
แก้ท้องผูก ท้องมีแก๊ส
ผู้มีความดันโลหิตสูง

วิธีแช่
แช่ขณะท้องว่างเท่านั้น หลังอาหาร ๒ ชม. หรือหลังดื่มน้ำผลไม้ครึ่งชั่วโมง
ก่อนแช่ใช้น้ำธรรมดาราดหัว ผ้าบิดหมาดพันโพกหัวไว้
อย่าให้ส่วนอื่นของร่างกายเปียก เพราะเลือดจะไหลมาเลี้ยงบริเวณที่เปียก
ให้เปียกเฉพาะส่วนท้อง หลัง เอว ต้นขา
เอาน้ำลูบท้องทุก ๕ นาที
แช่นาน ๓๐ นาทีเท่านั้น วันละครั้ง
การแช่หลัง

ลดอาการปวดกล้ามเนื้อ หลัง ไหล่ เอว สะโพก
ปวดตามเนื้อ ตามตัว

วิธีแช่
แช่ขณะท้องว่างเท่านั้น หลังอาหาร ๒ ชม. / หลังน้ำผลไม้ ๑ ชม.
ก่อนแช่ใช้น้ำธรรมดาราดหัว ใช้ผ้าบิดหมาดพันโพกหัวไว้
อย่าให้ส่วนอื่นของร่างกายเปียก เพราะเลือดจะไหล มาเลี้ยงบริเวณที่เปียก
ให้เปียกเฉพาะแผ่นหลังเท่านั้น
แช่นาน ๓๐ นาทีเท่านั้น วันละครั้ง
กรณีไม่มีอุปกรณ์ให้เอาผ้าผืนใหญ่ ซับน้ำพันหลัง ช่วงสะโพกและท้อง

* * ข้อห้ามสำคัญมาก * *

เมื่อมีไข้
-
ห้ามแตะต้องน้ำเด็ดขาด เนื่องจากร่างกายกำลัง เยียวยาตัวเองอย่างเต็มพลัง
ให้รอร่วมฉลองการมีไข้ อย่างสมบูรณ์
แล้วไข้จะลดลงมาเอง ซึ่งแสดงว่าร่างกาย ได้ผ่านกระบวนการสูงสุด ของธรรมชาติบำบัด
ร่างกายได้ทำหน้าที่ชำระล้างพิษ อย่างสมบูรณ์แล้ว

ทำไมต้องราดหัว เมื่อเราแช่สะโพกหรือแช่หลัง ความร้อนจากส่วนที่แช่น้ำ จะเคลื่อนขึ้นสู่ที่สูงคือหัวของเรา หากไม่ราดหัวให้เปียกน้ำ แล้วเอาผ้าพันโพกหัวไว้ จะมีอาการมึนหัว ปวดหัว ดังนั้นการราดหัวก็เพื่อให้ความร้อนที่ขึ้นสู่หัวได้ระบายออกผ่านน้ำบนหัวสู่ผ้าโพกผม ความร้อนจะลดลง ช่วยให้รู้สึกสบายขึ้น

Comment

Comment:

Tweet

big smile big smile big smile

#20 By sara (112.142.190.72) on 2010-04-28 22:12

big smile big smile big smile

#19 By แจกเกมส์ (112.142.187.207) on 2010-04-17 18:25

big smile big smile big smile

#18 By kio (222.123.79.200) on 2010-03-05 18:29

big smile big smile big smile

#17 By เพลงออนไลน์ (117.47.85.43) on 2010-01-13 18:37

big smile big smile big smile

#16 By เพลง (117.47.110.26) on 2009-11-24 17:12

big smile big smile big smile

#15 By โหลดเพลง (117.47.203.122) on 2009-11-20 16:46

#14 By (124.120.61.168) on 2006-10-07 14:27

#13 By ..ศลิง on 2006-04-11 03:15

สาระล้วนๆๆเลยอ้ะ

#12 By -teacher-aorr- on 2006-03-30 14:07

เอ็นทรี่นี้ถูกใจจังเลยค่ะ ><

#11 By Unakite on 2006-03-30 12:51

พออายุเยอะขึ้น....มาอ่านเอนทรี่นี้แล้วชอบใจมั่กๆเลยค่า
แม้ใจจะเด็กแต่ร่างกายก็แย่ตามอายุอ่ะค่ะ

#10 By ยายแม่บ้าน on 2006-03-30 11:34

มีสาระมากจ้ะ

แหะๆ สมแล้วกะที่เป็นน้องพี่

เอิ้กๆ

#9 By ว.26 on 2006-03-30 11:15

เบิกบาน..

ตอนนี้กำลัง..เบิกบานกับเสียงเพลง
เบิกบานการทำงาน
เบิกบานกับการอยู่คนเดียว(อีกแล้ว)..เบิกบานกับคงวามเหงาที่เข้ามาทักทายในช่วงเวลาที่ฝนตกโปรยๆ

เบิกบานกับความคิดถึงถึงใครคนนึง..คิดถึงนะ..อิอิ..(ซะงั้น.. )

จะพยายามเบิกบานและยิ้มๆไปเรื่อยๆแม้ว่าจะเหงาๆก็ตามในช่วงเวลานี้..