บทความ : เรามาเบิกบานกับธรรมชาติบำบัด 1
posted on 29 Mar 2006 23:50 by jetkaroเรามาเบิกบานกับธรรมชาติบำบัด ด้วยการ
* เบิกบานกับการฝึกโยคะและเยียวยาตัวเองด้วยการผ่อนคลายอย่างสมบูรณ์
* เบิกบานกับการล้างคอ ล้างจมูก ล้างตา อาบแดด
* เบิกบานกับการกินอาหารธรรมชาติล้วน
* เบิกบานกับกิจกรรมบำบัด (แช่หลัง แช่สะโพก พอกตา อ่านหนังสือใต้แสงเทียน)
* รื่นรมย์กับการเรียนรู้อาการหิว ปวด มึน ปั่นป่วน อาเจียน ท้องเสีย ท้องผูก หงุดหงิด กังวล ใจเต้นแรง ง่วง ซึมเศร้า
* มีไข้ ผ่อนคลาย รื่นเริง เบิกบาน เปี่ยมด้วยพลังแห่งการสร้างสรรค์
สุขภาพที่ดีต้องการทั้งความเห็นที่ถูกต้อง ความปรารถนาที่ถูกต้อง และการกระทำที่ถูกต้อง
ร่างกายของเรา สร้างมลพิษให้กับอวัยวะภายในได้อย่างไร ?
มี ๒ วิธีเท่านั้นคือ ผ่านทางปาก และทางจมูก
การล้างคอ ล้างจมูก ล้างตา คือการเชื้อเชิญสิ่งสกปรกออกมาจากร่างกาย
เราทุกคนจะมีความสุขได้อย่างไร การเรียนรู้เริ่มต้นด้วยการกินและอยู่ให้เป็น ดังนั้น เรามาเริ่มจัดปรับกาย จิต ให้เกิดความสมดุลด้วยการใช้เวลาที่มีอยู่ในช่วงการอบรมธรรมชาติบำบัดอย่างรู้ตัวทั่วพร้อมในรายการที่น่าสนใจร่วมกันได้ดังนี้
เบิกบานด้วยการล้างคอ ล้างจมูก ล้างตา อาบแดด
การชำระล้างกายประจำวันด้วยการ
ล้างคอ | ล้างจมูก | ล้างตา | อาบแดด |
| น้ำอุ่น ๑ แก้ว + เกลือป่น + น้ำมะนาว กลั้วคอประมาณ ๑๐ คำกลั้ว เพื่อสุขภาพลำคอ เหงือกแข็งแรง ขับเสมหะ แก้เจ็บคอ ลดอาการระคายเคืองในหู เป็นการเชื้อเชิญไข้หวัดออกมา | น้ำอุ่น ๑ แก้ว + เกลือป่น + น้ำมะนาวเจือจาง ใส่พวยกา ยืนค้อมหลัง เอียงตัวซ้าย เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย หายใจเข้า-ออกทางปากเท่านั้น รินน้ำในกาเข้าทางช่องจมูกขวา น้ำจะไหลออกทางช่องจมูกซ้าย รินไปจนเหลืออีก ? กา ทำสลับอีกข้าง ข้อสำคัญ ให้ระมัดระวัง ควบคุมการหายใจเข้าออกทางปาก ระลึกรู้ตลอดเวลาแห่งการล้างจมูก !!! ขับมูก เมือก ลดอาการอักเสบในโพรงจมูก ช่วยให้หายใจโล่งโปร่งสบาย | ใช้น้ำสะอาด ใส่ถ้วยล้างตา ๒ ถ้วย ก้มหน้าลงเล็กน้อย ลืมตาในน้ำ กระพริบตาราว ๕0 ครั้ง ประมาณ ๕ นาที ตาจะใส ลดการระคายเคืองตา | เวลาที่เหมาะสม เช้า ก่อน ๙.00 น. เย็น หลัง ๑๖.00 น. สวมชุดผ้าฝ้ายสีขาวอ่อน เพราะเราต้องการแสงแดด ไม่ต้องการความร้อน หันหน้าทางพระอาทิตย์ ยืน หรือนั่ง หลับตารับแสงแดดอุ่น ๓๐ นาที โดยหันหน้า ๑๕ นาที หันหลัง ๑๕ นาที ส่งจิตจดจ่อ กับส่วนที่เป็นปัญหาอยู่ คุยกับอวัยวะส่วน ที่เราต้องการดูแลพิเศษ สำหรับการอาบแดด ถ้าเราสังเกตมด / แมลงที่ขึ้นในอาหาร ซึ่งเราวางไว้ เมื่อเรายกไปวางที่แดด มด/แมลงจะออกจากอาหารนั้น กายเราก็เช่นกัน ขณะยืนอาบแดดอยู่ แบคทีเรียที่ไม่เป็นคุณต่อเรา จะถูกขับออกไป ด้วยพลังแสงอาทิตย์ และเรายังได้รับวิตามินดี ที่ช่วยให้กระดูกดูดซึมแคลเซียม ช่วยให้กระดูกแข็งแรง โดยไม่ต้องจ่ายเงิน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วย มะเร็ง เบาหวาน และผู้ป่วยอื่นๆ จนถึงคนที่ไม่ได้เจ็บป่วย ก็จะได้รับแสงแดดป้องกันการเจ็บไข้ กรณีมีบาดแผล ปวดกล้ามเนื้อ อาการจะดีขึ้นอย่างรวดเร็ว |
เบิกบานกับการกินอาหาร
คุณค่าของการกินอาหารในความเงียบ | |
ส่วนกาย | ส่วนใจ |
| บทพิจารณาอาหาร กับการบริโภคอาหารธรรมชาติล้วน ช่วยให้ * ระลึกรู้ถึงคุณค่า ของความรักความใส่ใจ ความเมตตา จากผู้ร่วมปรุงอาหาร จากผู้บำรุงหล่อเลี้ยง พันธุ์พืช ผัก ผลไม้ และจากธรรมชาติที่แวดล้อม ให้เกิดพืชผลหลากหลาย * ลิ้นได้รับรสชาติที่แท้จริงของอาหาร และสื่อสารให้ร่างกาย ส่งน้ำย่อยมาย่อยอาหาร ตรงตามรสของอาหาร * ฟันได้ทำหน้าที่บดเคี้ยวอาหาร ประมาณ ๓๒ ครั้งต่อ ๑ คำเคี้ยว เพื่อลดภาระแก่กาย เพราะร่างกายต้องใช้พลังมากในการย่อย * ได้กินอาหารที่ให้ความสะอาด เพื่อร่างกายจะได้รับแต่อาหาร ที่ช่วยชำระล้างกายให้สะอาด * มีกายสดชื่น เย็น เบาสบาย กระดูกและกล้ามเนื้อเย็นชุ่ม เพราะ ผักสด ผลไม้สด บำรุงธาตุและกระดูก ให้พลังเป็นอาหารแห่งการเยียวยา | * กินอาหารที่สดชื่น เพื่อสัมผัสกับความสดชื่นในภายใน |
เพื่อเกื้อกูลแก่การย่อยอาหาร ควรนั่งสมาธิเพชร ๑๕ นาที หลังกินอาหารจะไม่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน
| การแช่สะโพก แช่ทำไม เพื่อลดความร้อน จากความดันอาหารในช่องท้อง แก้ท้องผูก ท้องมีแก๊ส ผู้มีความดันโลหิตสูง วิธีแช่ แช่ขณะท้องว่างเท่านั้น หลังอาหาร ๒ ชม. หรือหลังดื่มน้ำผลไม้ครึ่งชั่วโมง ก่อนแช่ใช้น้ำธรรมดาราดหัว ผ้าบิดหมาดพันโพกหัวไว้ อย่าให้ส่วนอื่นของร่างกายเปียก เพราะเลือดจะไหลมาเลี้ยงบริเวณที่เปียก ให้เปียกเฉพาะส่วนท้อง หลัง เอว ต้นขา เอาน้ำลูบท้องทุก ๕ นาที แช่นาน ๓๐ นาทีเท่านั้น วันละครั้ง | การแช่หลัง ลดอาการปวดกล้ามเนื้อ หลัง ไหล่ เอว สะโพก วิธีแช่ | * * ข้อห้ามสำคัญมาก * * เมื่อมีไข้ - ห้ามแตะต้องน้ำเด็ดขาด เนื่องจากร่างกายกำลัง เยียวยาตัวเองอย่างเต็มพลัง ให้รอร่วมฉลองการมีไข้ อย่างสมบูรณ์ แล้วไข้จะลดลงมาเอง ซึ่งแสดงว่าร่างกาย ได้ผ่านกระบวนการสูงสุด ของธรรมชาติบำบัด ร่างกายได้ทำหน้าที่ชำระล้างพิษ อย่างสมบูรณ์แล้ว |
ทำไมต้องราดหัว เมื่อเราแช่สะโพกหรือแช่หลัง ความร้อนจากส่วนที่แช่น้ำ จะเคลื่อนขึ้นสู่ที่สูงคือหัวของเรา หากไม่ราดหัวให้เปียกน้ำ แล้วเอาผ้าพันโพกหัวไว้ จะมีอาการมึนหัว ปวดหัว ดังนั้นการราดหัวก็เพื่อให้ความร้อนที่ขึ้นสู่หัวได้ระบายออกผ่านน้ำบนหัวสู่ผ้าโพกผม ความร้อนจะลดลง ช่วยให้รู้สึกสบายขึ้น
ถ้าทำได้ตามนี้ต้องผอมลงเยอะแน่ๆเยย แฮะๆๆๆ

จะลองไปทำดูนะ
เยอะเหมือนกันเนอะ
ยังไง ก็จะลองทำดูนะ
ขอบใจนะเจษ
#1 By Coffee mania on 2006-03-30 00:00