ผ่านไปแล้วอีกวัน

สภาพการณ์ช่วงเช้า

ประกาศๆ

เราก็ยังไปทำงานสายเหมือนเดิมอะ เข้าที่นั่งก็ 8.50แล้ว

นั่งสักพักๆ

จากนั้นเจ้านายก็โทรเข้ามาที่โต๊ะ

เจ้านาย - ทำไมไม่โทรกลับหาผม

เรา - ไม่รู้สิเพิ่งมาถึงเอง

เจ้านาย - อ้อ เหรอ

เรา - (กูงงหรือว่ามันเบลอ)

เรา - มีงานมาใหม่หรือพี่

เจ้านาย - อ้อใช่เนี่ยนะ xxxxxxxxxxxxx ขี้เกียจเล่า เมื่อยมือ xxxxxxxxxxxx

แล้ว Fax ไปให้ทีนะ

เรา - ครับ

วางโทรศัพท์ไปแล้วนั่งนึก ใครวะรับโน้ตแล้วไม่มาบอก

หรือมันฟังสำเนียงนายไม่ออก เลยเงียบไว้แน่ๆ

จบเถอะ ชีวิตตอนเช้า

.................................................................................

สภาพการณ์ช่วงบ่าย

ไม่มีอะไร มะหลักสำคัญ

เฮฮาจิตป่วนไปเรื่อย แต่ช่วงเที่ยงๆบ่ายๆ นี่สิ ง่วงๆเพลียๆ ไข้หวัดมันมาสะกิดแระ

เลยใช้สูตรแอบไปหาที่หลับ

หาที่แอบหลับได้แหละ นอนพักตื่นมาบ่ายกว่าๆ

มีพี่คนสวยมาสะกิด

พี่คนสวย - เป็นอะไรรึเปล่า

เรา - เพลียๆนะ

พี่คนสวย - เมื่อคืนทำอะไรมาถึงเพลียละ

เรา - (นั่นไง ถามมาได้) ก็นอนนะฮะ

พี่คนสวย - เหรอคะ นอนแล้วมาเพลีย ก็นึกว่า.....

เรา - หือ (คนสวยก็คิดมกวุ้ย)

จบเถอะ ชีวิตตอนเที่ยง

.................................................................................

สถานการณ์ภาคค่ำ

จบงานหลัก เราก็มางานจ๊อบ

ขอเล่า............ที่มาของงานจ๊อบก่อน

มีวันหนึ่งเรานอนเล่นๆอยู่ รุ่นพี่โทรมาที่บ้าน

รุ่นพี่ -มีงานเยอะไหมช่วงนี้

เรา - พอไหวอะ

รุ่นพี่ - พอจะรับอีกจ๊อบไปได้ไหม จ๊อบนี้ไม่หนัก แต่ขอคนไว้ใจได้ก็พอ

เรา - แล้วผมมีอะไรให้พี่ไว้ใจได้เหรอ

รุ่นพี่ - ไม่มีวะ แต่ในกลุ่มพี่ ไว้ใจแกที่สุดแล้ว พี่เลือกแก

เรา - อ้อ ขอบคุณครับพี่ที่เอ็นดูผม

รุ่นพี่ - ตั้งใจทำให้ดีละ

........................................................................

งานจ๊อบประจำวันนี้

วันนี้สบายๆหน่อยคือไม่ได้แปล แค่ไปตรวจอักษรในเอกสาร 2 ใบเท่านั้นเอง

ไอ้ที่ตรวจนะ 2 หน้ากระดาษA4 ก็จริงนะๆ

แต่เราตรวจใช้เวลาเกือบ 3 ชั่วโมงแนะ >_<

ที่จริงภาษาจีนต้นฉบับ ก็ไม่มีศัพท์อะไรที่ดูแล้วแปลยาก หรือน่าจะทำให้แปลผิด

อ่านแล้วเข้าใจได้เลยเพราะเป็นคำพูดที่ง่าย เรียบๆ พื้นๆ

แต่ทว่า...... " บุคคล " เจ้าของคำพูดไม่พื้นๆนะสิ

ตอนเรารับงานชิ้นนี้มา เราก็ไม่รู้ว่าจะพิถีพิถันมากขนาดนี้

เราบอกว่าเราแปลพวกธรรมดาพอได้นะ แต่คำสูงๆเราไม่ถนัด

อาจารย์แกบอกว่าเดี๋ยวส่งFaxไปให้อาจารย์ชายอีกคนช่วยแก้

เราก็เลยเอาคำแปลของอาจารย์อาวุโส Fax ส่งให้ อาจารย์ชายอีกท่าน

แล้วอาจารย์ชายท่านนั้นก็ไปเชิญอาจารย์หญิงอีกท่านช่วยเกลาอักษรให้

สรุป เป็นกระบวนการ 4 ขั้นตอนของการแปลวันนี้
...............

จากนั้นอาจารย์ชายก็ Fax กลับมา

กำชับว่า "พิมพ์อย่าตก อย่าขาด พิมพ์ให้ถูกต้องนะ คำศัพท์เขียนให้ถูกต้อง

เดี๋ยวจะมีเสียหายต่อ.........นะและต่อพวกคุณด้วย"

อ่านไม่ออก ตรงไหน โทรมาที่เบอร์ 02-xxxxxxx

ครับ หากมีเกิดเสียหายขึ้นมา เสียและหายแน่ๆ แม้แต่หัวบนบ่า

แทบจะก้มกราบ ให้ขาดใจอยู่เสียหน้าคอมฯ

............................

จากนั้นเราก็มาเช็คอักษรเทียบต้นฉบับ มีบางคำเราอ่านลายมือไม่ออก

เราเลยโทรไปหาอาจารย์ชายท่านนั้นอีกรอบ

เราโทรไปหาท่านตอน หกโมงกว่าๆคาดว่าท่านกำลังจะเตรียมทานข้าว

(เพราะเสียงเล็ดลอดออกมา) แต่ท่านก็ยังเสียสละมาช่วยอ่านทีละบรรทัดให้ฟัง

อ่านทีละบรรทัด นะขอรับ

สุดยอดแห่งการตรวจ ไม่เคยเช็คอะไรด้วยความระมัดระวังเช่นนี้

ท่านใจดีค่อยๆอ่าน เราก็ค่อยๆแก้ไป

สุดท้ายเราก็มาแก้ในคอมพิวเตอร์เรา

อาจารย์อาวุโส - เสร็จหรือยัง

เรา - ประเดี๋ยวนะครับ แก้เสร็จแล้วตรวจอีกรอบ อาจารย์กรุณารอสักครู่ครับ

อาจารย์ฯ - ไม่เป็นไร ค่อยไแก้ แต่เอาให้ถูกต้อง

เรา - พวกเราแก้มาสี่รอบแล้วนะฮะ

อาจารย์ฯ - แก้เพื่อให้มันถูกต้องที่สุดไง

เรา - ครับ
..............................

ผ่านไป นานพอสมควร

นั่งทำ นั่งแก้อักษร

เสร็จแล้ว ส่งเมล์ไปเมืองจีน ปิ๊ง

ส่งเมล์จบ


แปลกเนาะ

เราห่ามๆแถมปากมอมม๋าๆแบบนี้

เจออักษรไม่กี่คำ ของ "บุคคล" ท่านนั้น

ทำเอาเราแทบจะก้มกราบคอมพิวเตอร์ตัวเอง

พลังบารมีและคุณธรรมของใครกัน !!!

.................................................................................

วันนี้ไม่หวือหวา แต่ว่าอบอุ่นคับ

จบข่าว ภาคค่ำเย็นนี้

.

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า

@Jetkaro

.

.

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ถ้าเป็นพี่

พี่คงภูมิใจมาก

#1 By แสงแดด on 2006-05-24 23:11

วันนึง ทำเยอะอย่าง-- ดี
และดีที่ได้ทำอะไร ดี-ดี

#2 By -- pa [s] t on 2006-05-24 23:16

.... ทำให้รู้สึกดีกับชีวิตมากขึ้นนะคะ

#3 By :-: iam fY:-: on 2006-05-24 23:19

เจ๋งอ่ะพี่
เก่งจัง

#4 By sofa on 2006-05-24 23:19

หุหุเข้าใจเล่นนะจ้ะ....มีเรื่องเล่าทั้งเช้าเย็น

#5 By NuNual on 2006-05-24 23:22

... ทำหลายอย่างดีจัง
ชีวิตคนมีคุณค่ามากมายนะ ถ้าได้ลงมือทำ

#6 By * Jetkaro ShowtimE * on 2006-05-24 23:23

เป็นงานละเอียดจริงๆครับ

แต่เพลงมันเกี่ยวกับเนื้อเรื่องวันนี้ยังไงอะ

#7 By PeeYong \-_-> on 2006-05-24 23:24

เรามักคิดว่าตัวเองขาดอะไรไป
มากกว่าจะมาคิดว่าตัวเองจะให้อะไร
........
คำพูดของบางคน ก็มีผลยิ่งใหญ่กับอีกคน
การกระทำของอีกคน ก็มีผลต่อคนส่วนรวมได้เหมือนกัน
.......
เราไม่รู้หรอก เรามีค่าแค่ไหน แม้จะเป็นคนธรรมดาๆเท่านั้น
แต่คนธรรมดาอย่างเราๆก็ทำงานที่มีคุณค่าได้เช่นกัน
..

#8 By @ I'm a Box @ on 2006-05-24 23:28

งานน่าสนุกดีค่ะ
แถมมีผู้ใหญ่เอ็นดูช่วยเหลืออีกตะหาก

รักษาสุขภาพเน้อ^^

#9 By ดาวเอง (203.144.187.18) on 2006-05-24 23:40

หุ หุ แปลว่าวันนี้พลังยุทธเจ้าแก่กล้ามากขึ้นแล้ว

ดีแล้วไม่ซิ่งแมงกะไซค์ใช่มะ

ค่อยยังชั่ว ซิ่งมั่ก มาก เหม่ง มั่ก มากนา

ด้วยฟามหวังดีจากป้านะค้าบบ

#10 By ✿ It's Me ✿ on 2006-05-24 23:40

น่าภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง...


...........................................

ปล.ก้าวไปอีกขั้น...อย่างช้าๆและสวยงาม
ปล.ราตรีสวัสดิ์
ปล.(อีกอัน) จุ๊บๆ

#11 By โจรตัวน้อย (58.64.111.97) on 2006-05-24 23:42

ใจแอบสั่น.... :)
.....

ดีจังเนอะ

ยุ่ง ดี

มีงานทำดีกว่าไม่มีนะจ๊ะ
มีคนให้งานหน่ะ แสดงว่าเค้าไว้ใจเรานะจ๊ะ .. (ตัวเองทำงานดีง่ะ)

#13 By Coffee mania on 2006-05-25 00:22

วันนี้มาแปลก..

กิจวัตรประจำวัน ไม่น่าเบื่อดีจัง
ไม่เหมือนกี้ เซ็งจิต

#14 By ??? on 2006-05-28 09:05

^^ ไม่หวือหวา แต่อบอุ่นจริงๆค่ะ
มาร่วมภูมิใจด้วยคนค่ะ

#15 By pana[sonic]* on 2006-05-28 11:39

surprised smile embarrassed question tongue angry smile sad smile

#16 By (124.157.178.254) on 2008-02-24 17:01

11 กันยายน 2551
12 กันยายน 2551
บทความพิเศษ ชม. การทำงานกับวันหยุดงานของภาคเอกชน

ปัจจุบันนี้การทำงานของภาคเอกชนค่อนข้างรัดตัวต่อสภาวการณ์ ความเคร่งเคลียด งานที่รัดตัวเวลา 1 วันสำหรับการทำงาน หากนับของทางราชการ 8 ชม. แต่ภาคเอกชนมีระยะเวลาการทำงานตั้งแต่ 9-10 ชม. ต่อ 1 วัน หากรวมระยะเวลาในการเดินทางก็ร่วม 12-13 ชม. ยิ่งในกทม. ด้วยแล้วต้องมีภาระในการทำงานในแต่ละวันรวมถึงวันหยุด ไม่รู้ว่าจะเร่งการผลิตสินค้าหรือภาคธุรกิจที่ต้องเร่งทำงานเพื่อคำตอบของงานคือ เงิน บันดาลสุข แต่จริง ๆ แล้วความสุขของแต่ละคนแถบจะหาไม่ได้เพราะต้องหมดไปกับการทำงาน
หากปรับเวลาการทำงานของภาคเอกชนให้เท่ากับภาคราชการจะทำได้หรือไม่อย่างไร บทวิเคราะห์นี้ภาคเอกชนน่าจะลองทบทวนดู สรรสร้างสังคมให้น่าอยู่ชีวิตครอบครัวจะได้ไม่เกิดปัญหาซ้ำซาก เช่น ปัญหาทางสังคม ยาเสพติด ลูกติดเพื่อน ชิงสุกก่อนห่าม เที่ยวเตร่ในสถานเริงรมย์ก่อนวัยอันสมควร อื่น ๆ อีกมากมาย
จากการสังเกต ภาคเอกชนคนที่ทำงานเริ่มคิดว่าทำไม ภาคราชการจึงต้องมีวันหยุดนั้น หยุดนี่ แต่ที่จริงแล้ว กรมแรงงานก็จัดให้ภาคเอกชนจัดวันหยุดให้กับพนักงานเช่นกัน อย่างน้อยปีละ 13 วัน ซึ่งผู้ประกอบการต้องทบทวนวันหยุดนั้นด้วย แต่หากให้หยุดวันเสาร์-อาทิตย์พร้อมกันหมดจะกระทบธุรกิจมากน้อยหรือไม่อย่างไร น่าจะเป็นประเด็นที่มาจัดสัมมนา วิเคราะห์สถานการณ์ให้กับผู้ใช้แรงงานเพื่อให้มีวันหยุดสำหรับครอบครัวที่ตรงกัน จะได้ทำกิจกรรมสำหรับครอบครัวพร้อม ๆ กัน หรือว่าธุรกิจสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด
ใครชี้แนะได้บ้าง คำว่า งานคือเงิน บันดาลสุขได้จริงหรือ เพราะต้องมาเน้นอุตส่าหะต่อการทำงาน หรืออย่างไรกัน ให้เหมือน ๆ กันคือวันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เพราะบางครั้งพนักงานไปทำงานหากทำค้าขายไม่ได้ก็เท่ากับศูนย์เสียค่าใช้จ่ายเช่นกัน
ในการพิจารณาการทำงานชอบอ้างว่าไม่หยุดงานเลยก็จะได้ผลตอบแทน หรือความดีความชอบ ที่จริงแล้วหากทุกคนพยายามทำงานโดยมีซุกไว้ ก็จะทันต่อผลงาน และยังมีเวลาเหลืออีกให้ได้ทบทวนโดยเฉพาะภาคราชการ ส่วนภาคอุตสาหกรรมต้องเร่งกำลังการผลิตให้ทันต่อการสั่งซื้อ เพราะนั่นหมายถึงผลกำไรที่จะได้รับ แต่ผู้ใช้แรงงานหล่ะเหน็ดเหนื่อยเพราะต้องทำงานให้ผู้ประกอบ จึงเข้าหลักการของทุนนิยม
จึงมีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเข้ามาปรับใช้เพื่อสร้างดุลยภาพ เคยเห็นพนักงานโรงงานต่าง ๆ โดยเฉพาะให้กรุงเทพฯ ต้องเร่งรีบกับเวลาการทำงานแม้เวลากินข้าว อยู่อย่างง่าย ๆ มีอะไรก็กินกันไป จะได้เข้าทำงานกันอีก เหมือนเครื่องจักรกล ที่ต้องหยอดน้ำมันก่อนเครื่องจึงเดินต่อได้ สุขภาพจิต สุขภาพใจ เสื่อมโทรมกันบ้างไหม ถ้าไม่ทำก็ไม่มีกิน ลูก ๆ ฝากใครเลี้ยง ฝากใครรับ มีเวลาอบรมสั่งสอนหรือเปล่าก็ไม่รู้ ตัวดิฉันเองรับราชการต้องเดินทางบางวันที่ลูกเรียนพิเศษ ต้องกลับค่ำก็คิดเหมือนกันว่าทำไมชีวิตในสังคมถึงเปลี่ยนแปลงไปมากขนาดนี้ เวลา 24 ชม. เหมือนจะไม่เพียงพอพบหน้ากันก็ค่ำมืด อาบน้ำ กินข้าว หรือไม่ก็กินให้เสร็จ
เดี๋ยวจะต้องรีบนอน เพราะต้องตื่นเช้าไปทำงานอีก แต่ดิฉันโชคดีที่อยู่ต่างจังหวัด ไม่ค่อยมีปัญหาการตื่นเช้าไปทำงาน
สุดท้ายไตรภาคีลองทบทวนกันทั่วประเทศไทยดูว่าจัดชม.และวันหยุดกันใหม่ดีไหม เพื่อว่าสังคมไทยจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีต่อทุก ๆ ฝ่าย ไม่ต้องเร่งรีบต่อการทำงาน ไม่ต้องนั่งอยู่คนเดียวเวลาหยุดงาน ทำกินในบ้านให้เพียงพอ ที่เหลือก็ส่งออก ไม่อยากยกตัวอย่างประเทศที่ค้าน้ำมัน แต่จริง ๆ แล้ว ประเทศที่ค้าน้ำมันก็กินข้าว และทำน้ำมันส่งออก แต่ก็ต้องเก็บไว้ใช้ในบ้านก่อน จริงไหมทุกท่าน
12 กย. 51

บทความพิเศษ บทเรียนประชาชนกับการเมืองไทย
การเมืองไทยตั้งแต่สมัยที่มอบอำนาจให้กับประชาชนในสมัยรัชกาลที่ 7
เกิดความวุ่นวายแก้ไขรัฐธรรมนูญมาโดยตลอดท่านได้ลองคิดทบทวนกันดูบางหรือไม่ว่าเป็นเพราะเหตุใด การก่อร่างสร้างตัวของสังคมไทยที่แปรเปลี่ยนไปแต่ละสมัยล้วนแล้วแต่ต้องแย่งชิงอำนาจและผลประโยชน์ที่เกิดจากพรรคการเมืองและกลุ่มผลประโยชน์ (Political Parties and Interest Groups)
ทุกวันนี้ติดตามข่าวสารบ้านเมืองเพื่อคอยดูว่าจะกระทบเศรษฐกิจหรือไม่ ปั๊มน้ำมันขายดีเมื่อน้ำมันราคาถูกลงกว่าเดิมพลเมืองของรัฐกระเตื้องขึ้น พ่อค้า แม่ค้า ค่อย ๆ ปรับตัวในการลดราคาสินค้า การบริโภคเพิ่มมากขึ้น พ่อค้าหาบเร่ลดต้นทุนด้านน้ำมันลงและคงจะมีเหลือเก็บเพื่อใช้จ่ายในครัวเรือน สะท้อนภาพในอดีตหากราคาน้ำมันดิบไม่สูงขึ้น และสามารถผลิตน้ำมันได้เพิ่มขึ้นหรือบางจำพวกหันไปใช้พลังงานที่ทดแทนบ้างประชาชนคงอยู่รอด เฝ้าติดตามภาคอุตสาหกรรมว่าจะค่อย ๆ ปรับแผนเศรษฐกิจเพื่อช่วยเหลือภาคเกษตร ภาคประชาชนได้อย่างไรบ้าง เมื่อทุกอย่างค่อย ๆ คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นสังคมก็คงกลับมาน่าอยู่เหมือนเดิม โลกสวย ฟ้าใส ด้วยมือของทุก ๆ คนพลเมืองของรัฐชาติ
ประเด็น บทเรียนประชาชนกับการเมืองไทย
สามทางเลือกที่ประชาชนต้องงง ด้วยนโยบายที่เป็นบทเรียนของประชาชนกับการเลือกตั้งทางเลือกไหนที่ท่านจะนำทางให้ประชาชนไปสู่แสงสว่างได้บ้างหรือทั้ง สามทางเลือกประชาชนจะได้ไม่ต้องมีบทเรียนที่มีราคาแพง เหนื่อยหรือเปล่าทั้งสามทางเลือกที่ต้องแก้ไขวิกฤตทางการเมือง อย่าลืมกินข้าวหล่ะ กองทัพต้องเดินด้วยท้อง
ปากท้อง ต้องอิ่ม เงินในกระเป๋าก็ต้องมี ใช้หนี้กันไม่หมด เงินน้อยไป กำไรไม่มาก
หากกำไรมากคือต้นทุนราคาแพง ท่านก็ต้องแย่งกันไปแบบนี้ สังคมไทยกับวัฒนธรรมที่เปลี่ยนแปลงไปใครตอบได้บทเรียนไหนที่ดีที่สุดสำหรับพลเมืองไทย
ฟื้นฟูกันใหม่ ยักย้ายคืนอำนาจกันไหม คุณหญิง คุณนาย ควักไขว่กันน่าดู นามธรรมทั้งนั้น สมมติกันไปแบ่งชนชั้น ที่จริงเป็นคนเหมือนกัน ต่างกันด้วยเหตุอันใด
ยศถาบรรดาศักดิ์ เงินทองนั้นหนาใช่ไหม รูปงามนามเพราะด้วยกระไร เหตุไฉนเราจึงแบ่งกันเอย อดีตท่านอริสโตเติ้ล เพลโต รุซโซ่ อดัม สมิธ ฯลฯ เคยกล่าวไว้ในรัฐศาสตร์ เปลี่ยนประวัติศาสตร์มาหลายสมัย ระบบไหน ๆ ก็ล่มสลายและเปลี่ยนไป เพราะอะไรท่านช่วยตอบกันที ใจคนเปลี่ยนจริงไหม หรือค่านิยมสังคมเปลี่ยน เริ่มที่ใจนั่นแหละเรียนสูงค่านิยมเปลี่ยนแปลงไปเพราะจิตใจนั้นยึดมั่นถือมั่นมากยิ่งขึ้น ของฉันแน่ใครว่าแน่ ต้องมีคนที่แน่กว่า ก็เกิดปัญหาทุกค่ำเช้ากันอยู่ที่ เพราะต่างคนก็อ่านตำราเล่มเดียวกันก็มากมี หลาย ๆ ตำราคิดแล้วก็ยิ่งปวดหัวใจ บทเรียนผ่านมาหลายสมัยเพื่ออะไร สร้างประวัติศาสตร์ใหม่กันหรือพี่ ให้รุ่นลูกหลานได้เป็นวิทยาทานความรู้กัน หรือเชิดชูรัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ ให้ลือไกล องค์ความรู้เรียนได้เท่าทันกัน วุฒินั้นเพื่ออะไรใคร่ครวญดู เป็นอาวุธไว้โขกสับกันหรือเปล่า เรียนแล้วต้องรู้แก้ไขปัญหาไม่ใช่ไว้อวดศักดา อวิชชาก็มากมี คนเก่งมีหลายสถาน แต่เก่งแล้วดีนั้นหายาก ดีด้วยเก่งด้วยเป็นยอดคน ต้องให้คนชมหรือรู้ด้วยตนเอง คนชมเราว่าดีว่าเก่งต้องเป็นพวก หากเข้าพวกกันแล้วให้ผลประโยชน์ก็ว่าดี ผลประโยชน์ในที่นี้มีหลายอย่าง คิดเอาบ้างว่าอะไร หากผลประโยชน์ลงตัวก็ว่าดี ไม่มีประโยชน์อะไรให้ใครจะชอบ(จริงไหม) ชาติบ้านเมืองในอดีตที่ผ่านมาเปรียบกาลเวลาที่ผ่านไป พลิกแผ่นดินใหม่ในวันนี้ สิ่งที่คิดว่าดีเป็นผลได้
ให้เร่งรีบตัดสินใจจะเอาอย่างไรกับบทเรียนนี้ก็ว่ามา เร่งสร้างสังคมใหม่ ปากท้องนั้นไซร้ต้องรีบแก้ รัฐบาลสุญญากาศนั้นไม่ดีแน่ ควรรีบแก้ปัญหายังรออยู่อีกมากมาย
ใครที่ว่าแน่ยกมือขึ้นกลางสภา หากไม่เช่นนั้นย้อนรอยอดีตกันดีกว่าคืนขุนนางดีไหม
ไอติมก็ดูดกันถ้วนทั่วกันแล้ว ละลายหายไปก็มี ไอติมกะทิก็อร่อย ไอติมทอดก็ชิมแล้ว
ไอติมใส่แก้วสวย ใส่ไม้ เป็นแท่งก็กินกันแล้ว อิ่มกันทุกครม. ประชาชนพลเมืองก็นั่งรอทุกค่ำเช้าก็รอไป ส่งตัวแทนไปแล้วก็หายลับ กลีบเมฆหนาลอยฟุ้งกลางอากาศ นั่งกันจนช่ำอุรา ประชาชนก็เฝ้าแต่มอง บทเรียนแล้วบทเรียนเล่า เล่ากันเป็นนิทานให้เด็กฟัง 76 ปีกันมาแล้ว อาจารย์คนแล้วคนเล่า บางท่านก็คนเดิม สุดท้ายปัญหายากจนก็ยังแก้ไม่ได้ ปัญหาซ้ำซากหลายมิติทางสังคมก็ยังคงมีตอบกันทีเด็กไทยในอนาคตจะเป็นอย่างไร เรียนจบแล้วงานมีรองรับไหม งาน คืน เงิน เงิน คือ งาน หรืออย่างไร
มีประชาชนถามว่าล้างหม้อต้องเรียนไหม ขณะนั้นยังเป็นนักศึกษาป.โท ก็เท่าแต่อมยิ้มเพียงเล็กน้อย เพราะพวกเขาต้องทำงานแรกกับเงินเพื่อให้มีชีวิตอยู่รอด ปากท้องต้องได้กินแต่จะอิ่มหรือเปล่านั้นไม่รู้ ถามหาความปลอดภัยใครตอบได้ทุกชีวิตล้วนต้องต่อสู้
บางครั้งดูแลกันเอง บางครั้งต้องพึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถามว่าจะได้รับความคุ้มครองหรือไม่นั้น ต้องรอคำตอบ แต่ดิฉันคิดว่าบางครั้งคำตอบนั้นนานแต่ภัยถึงตัวแล้ว สงสารพลเมืองของรัฐ หวาดหวั่นวิตกกันทุกครั้ง (เสียวโว้ย) ร่วมมือกันรักษาความปลอดภัยให้พลเมืองของรัฐนั่นถูกแล้ว ท่านลองถามกันเองบ้างไหมท่านผู้ใหญ่นั่นน่ะ
ลูกหลานเรียนจบใช้เงินไปหลายบาทจะมีโอกาสได้ทำงานที่หรูหรากันกี่คน เพราะโอกาสนั่นยากนัก จึงมีคนค้อนใส่กันขวับ ๆ เกียรติยศ ที่ต้องแย่งชิงกันไง พลเมืองที่ไม่ได้เรียนหรือสมองไม่ดีจึงอย่าไปเยียด เพราะเขาเองก็ต้องทำงานหาเงินมาเลี้ยงชีพกันเหมือนกัน การศึกษาขอเถอะให้ความรู้กันแบบชาวบ้านกันได้ไหม เด็ก ๆ เค้าอยากเล่นอยากเรียนไป เรียนมหาวิทยาลัยวัดต้องเอาวุฒิด้วยหรือ ย้อนรอยอดีตไม่เห็นจะได้วุฒิ อยากให้ครูอาจารย์สอนเด็ก ๆ ด้วยความจริงใจ คะแนนก็ให้ ๆ ไปให้เรียนให้จบ อ่าน ออก เขียนได้ อะไรที่ยาก ๆ ก็สอนให้มันง่าย ๆ เขาจะได้ไม่รู้สึกกดดัน รักเด็กให้เท่าเทียมกัน คนไหนดื้อ ๆ ก็วาง ๆ ตัดนิวรณ์ในใจออกไป บางคนต้องใส่ใจให้มากหน่อย สงสารเด็กไทยในสมัยนี้ เรียนกันหัวโต เรียนพิเศษกันจริง ๆ เลย ดร.วิจิตร ศรีสะอ้านช่วยตามดูกันหน่อย เด็กด้อยโอกาสกันมากนักหนา ครูจิตใจดีก็งามตา แก้ปัญหากันมาก็นานปี วิชาการจนเด็กเบื่อก็มีมาก บางเด็กเรียน ๆๆๆ ไม่ยอมทำงานบอกว่าเรียนจบสูงงานที่ได้ไม่คุ้มต้นทุนที่จ่ายไป เงินเดือนน้อยก็ไม่เอาถอยดีกว่า พ่อ แม่แก่ชราก็ต้องส่ง
เรียนระดับสูงเพื่ออะไรใครช่วยตอบ แก้การเมือง แก้ปัญหากันจริงหรือ สุดท้ายอะไรคือคำตอบ การศึกษา หรือ เศรษฐกิจปากท้อง ที่ว่าแน่
ประเด็น เงินประกันสังคมที่หักเก็บสะสม ช่วยชาติได้หรือไม่

พลเมืองของรัฐอยากทราบว่า เงินประกันสังคมคงคลังไว้เพื่อประโยชน์ในการทดแทนได้มากจริงหรือ หักสะสมไว้ทดแทนเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ถูกนายจ้างให้ออก แต่เมื่อคิดออกมาแล้วหักไปมากกว่าที่ได้รับหลังถูกออกจากงาน ประกันสุขภาพก็ไม่ได้ใช้บ่อย ๆ คิดว่าน่าจะทบทวนให้กับมาช่วยพลเมืองของรัฐให้มากกว่านี้ เช่น หักทุกเดือนคิดเป็นก็ % ให้หักกลับคืนต่อผู้เอาประกันคล้าย ๆ กับหลักสหกรณ์ คือปันผลคืน เพื่อจะได้ใช้ทดแทนกันได้จริง ไม่ใช่หักแล้วกว่าได้คืนก็ต้องถูกออกจากงาน เกิดปัญหาว่างงานซ้ำซาก อัตราส่วนคิดเป็นเท่าไหร่ไตรภาคีควรเร่งรีบทบทวน ช่วยเหลือพลเมืองที่ต้องทำงานที่ด้อยโอกาสทางสังคม
เพราะบางครั้งลูกจ้างที่ใช้แรงงานรายวัน คิดเป็นชม. การทำงานแล้วถูกหักเข้าสมทบเงินประกันสังคม หากมีภารครัวน่าจะไม่พอใช้จ่าย อยากให้มีการทบทวนจ่ายคืนทุก ๆ 1 ปี เพื่อจูงใจในการทำงานและสร้างงาน คืนรายได้ เอาเงินไปกองไว้ที่ประกันสังคมแล้วนำไปลงทุนอะไรบ้าง หากมีผลกำไรก็ควรจะเอามาปันผลให้ผู้ที่หักส่งเงินประกันสังคมบ้าง ถือว่าช่วยชาติกันอีกทางเลือก การที่คนจะออกจากงานนั้นค่อนข้างน้อย ถ้าไม่ถูกกดค่าแรง หรือสวัสดิการต่าง ๆ เพราะงานคือเงิน เงินคืองาน บรรดาลสุข

ประเด็น เงินกองทุนน้ำมัน กองทุนต่าง ๆ ที่หักเก็บสะสม ช่วยชาติได้หรือไม่

อยากให้เปิดใจเงินกองทุนต่าง ๆ ที่เก็บสะสมไว้ช่วยพลเมืองของรัฐได้จริงหรือไม่ รัฐบาลที่กำลังสรรหานายกรมต. ช่วยด้วยขอยกมือให้ จริงใจ อย่าจิงโจ้ คนจนมีอีกเยอะ
คนรวย หากกระจายทำได้ไหม อยู่กันแบบพี่น้อง คนไทยด้วยกัน ดูงานกันมากเยอะช่วยตอบที ต่างปท.รอดูอยู่ อดีต Ture ก็ส่งหนัง
เช่น ศึกบางระจัน เป็นต้น ปัจจุบันไม่เห็นมีแบ่งข้าวน้ำทำได้อยาก เศรษฐกิจรัดตัวนั่นแหละหนา ใครช่วยกันก็จะเห็นแต่คนจนช่วยกันเอง คนรวยนั้นมางเมินเบือนหนาหนี้ คำว่าเหม็นทราบคนจนก็ยังมี คนรวยนี้แบ่งชนชั้นกันอยู่กิน รวยทำอะไรขยันกันจริงหรือ แค่แบ่งกันกิน กันใช้บ้างก็ดี แต่รวยนี่เพิ่งจะรวยเพราะอะไร
จริง ๆ ทุกคนก็อยากรวยเหมือน ๆ กัน แต่อุปสรรคนั้นมากมีกันทุกที ถ้าขยันจริง เก็บออมแล้ว ก็น่าเห็นใจเต็มที แต่ที่มีหมดไปกับการศึกษาก็มากมาย รวยแค่ไหนที่ว่ารวย เป็นอินฟินิตี้ ไม่มีที่สิ้นสุด
คนจนมีที่สิ้นสุดคือ ตาย จริง ๆ คนรวยก็ตายเหมือนกัน จบดีกว่าเพราะสุดท้ายชีวิตมนุษย์หรือคนต้องตาย ฟังเพลงโลกนี้คือละครสะท้อนสังคมไทย น่าจะเข้ากับปัจจุบัน อีกเดี๋ยว.....ทำไมคนแต่ก่อนเรียนรู้เรื่อง

คอมพิวเตอร์ก็มีหัวใจ (ระบบคอมฯIct)
โกรธเคืองอะไรรักกะปิดรักกะเปิดจริง ๆ (บิลเกรต)
จำเลยรักหรืออย่างไร (ว่าง)
รอได้แต่อย่าช้าเกิน (ให้อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ)

11 กย. 51
สุธีรา ดิษฐานนท์ นามเดิม
open-mounthed smile open-mounthed smile embarrassed

#17 By นางสุธีรา ติระพัฒน์ (118.174.135.0) on 2008-09-12 17:56

พี่กุ้งเป็นอะไรมากมั้ย เห็นเขียนมาซะยาวยืด จบชั่วโมงบรรยายแล้วเหรอ sad smile

#18 By ปุ๋งปิ๋ง (61.19.79.22) on 2008-10-06 09:57

เก่งจัง

#19 By ฟังเพลง (124.120.209.9) on 2009-06-24 17:11

big smile big smile big smile

#20 By โหลดเพลง (117.47.203.122) on 2009-11-20 16:43

big smile big smile big smile

#21 By เพลง (117.47.110.26) on 2009-11-24 17:09

big smile big smile big smile

#22 By เพลงออนไลน์ (117.47.85.43) on 2010-01-13 18:33

big smile big smile big smile

#23 By kio (222.123.79.200) on 2010-03-05 18:26

big smile big smile big smile

#24 By แจกเกมส์ (112.142.187.207) on 2010-04-17 18:22

big smile big smile big smile

#25 By sara (112.142.190.72) on 2010-04-28 22:08

Favourites

Recommend