พิเศษ 3 นอนไม่หลับ
posted on 06 Mar 2007 11:09 by jetkaroวันที่ 5 มีนาคม 2550
นั่งทำงานอยู่หน้าโต๊ะคอม ตั้งแต่ 2 ทุ่ม ผ่านไปชั่วโมงเศษๆมีเสียงน่ารักๆทักทายเรามาจากด้านหลัง เราหันหลังกลับไปมอง เจอน้องคนหนึ่งซึ่งเขาแวะมาเยี่ยม เราพูดว่า สวัสดีนะนู๋สบายดีไหม เหนื่อยรึเปล่า เขาบอกว่าดีแต่มีเรื่องที่เจอร้ายแรงกว่านั้น จากนั้นเขาก็เข้าห้องน้ำ เราจึงหันหน้ากลับมาทำงานต่อ ผ่านไปไม่นาน น้องคนนั้นเขาเดินเข้าซบไหล่ข้างขวาด้านหลังของเรา แล้วเขาก็เริ่มร้องไห้ จนกระทั่งร้องสะอึกสะอื้น เราถามเขาว่าเป็นอะไรไป มีเรื่องอะไรเหรอ เขาพูดประโยคหนึ่งขึ้นมาว่า พี่ค่ะ "หนูโดนคนรังแก" สมองของเราหยุดนิ่งไปสักพัก ยังคงให้น้องซบไหล่เราร้องไห้ต่อไป
พอสติเริ่มกลับมา เราก็พาน้องเขานั่งลงที่พื้น สำรวจหน้าตาเขา ปกติน้องเขาชอบทาแป้งให้หอมๆ ทาครีมดูหน้าขาว แต่วันนี้ดูหน้าตาเขาเศร้าหมองอย่าเห็นได้ชัด ตาซ้ายที่ปูดออกมาอย่างเห็นเด่นชัด บ่งบอกถึงการร้องไห้ทั้งวันทั้งคืน
เราถามเรื่องราวเป็นมาอย่างไร เขาคนนั้นเป็นใคร มีป้องกันไหม .....ที่จริงก็ไม่ใช่ใครอื่นแต่ก็เป็นคนที่เขาคบกันมา 1 ปีกว่าๆ มีฐานะดี ตำแหน่งการงานมั่นคง แต่ทว่า.... ผู้ชายคนนั้นมีครอบครัวและมีลูก 2 คนแล้วนั้นเอง เธอเล่าว่า "หนูไม่ได้ตั้งใจ เขาหลอกหนู หนูพยายามดิ้นสู้เขาแล้ว แต่แรงของหนูสู้เขาไม่ไหว พี่หนูจะทำยังไงดี เขายัดเหยียดความเป็นเมียน้อยให้กับหนู" เธอเล่าด้วยเสียงเบาไร้เรี่ยวแรง
เราซึ่งมีฐานะเป็นพี่เขาคนหนึ่งมันปวดใจบอกไม่ถูก เราได้แต่ลูบหน้าเขา จับมือเขา บอกว่าไม่เป็นไร พี่เข้าใจ พี่อยู่เคียงข้างหนู แล้วให้คำแนะนำเขา เท่าที่เราจะทำได้ ที่จริงมันก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรถ้าพูดถึงคนรักกัน แต่มันผิดตรงที่ฝ่ายชายมีครอบครัวแล้วและการกระทำเช่นนี้ทำให้ฝ่ายหญิงที่ไม่พร้อมรู้สึกหวาดกลัวและไม่สบายใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งน้องเขาบอกว่าฝ่ายชายยินดีที่จะรับผิดชอบทุกอย่าง ด้วยเหตุผลที่ว่า "น้องเป็นส่วนหนึ่งของเขาแล้ว" แต่นั้นมันก็ไม่ได้หมายความว่าจะถูกต้องและเหมาะสมเสมอไป
เราไม่รู้ว่าสิ่งที่เราแนะนำน้องเขาไปนั้นมันจะถูกสักแค่ไหนไม่จะสามารถช่วยตัวเขาในการตัดสินใจได้มากเพียงใด แต่เราอยากบอกเขาให้ตัสินใจด้วยมโนธรรมสำนึกอันดีงาม อย่าตามแต่อารมณ์ อย่าทำให้ตัวเองเสียใจทีหลัง ไม่อย่างนั้นแล้วมันจะทุกข์ทรมานตลอดไป เพราะมันไม่ได้กระทบแค่ตัวคนสองคน แต่มันกระทบทั้ง2ครอบครัว
เราพูดคุยกันประมาณเกือบ 2 ชั่วโมง น้องสาวเราก็พาเขาไปนั่งเล่นพูดคุยกันตามประสาวัยสาวๆ
เราเฝ้ามอง และคอยยืนดูรอยยิ้มเสียงหัวเราะของน้องอยู่ไกลๆ ถึงแม้ว่าเมื่อคืนเราสามารถให้น้องเขามีรอยยิ้ม มีความหวัง มีกำลังใจกลับบ้านไปได้ แต่เราก็ไม่รู้ว่า วันข้างหน้าเขายังต้องเจอเรื่องอะไร และจะมีจิตใจที่เข้มแข็งในการตัดสินใจได้อย่างไร
เกิดเรื่องราวแบบนี้ขึ้นเราไม่อยากที่จะโทษใคร ว่าใครเป็นคนผิด เพราะว่าเราไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์กับเขาทั้งสองคน วันวานที่มันผิดพลาด แต่ว่าอนาคตเราสามารถเป็นคนเลือกที่จะแก้ไข ตัดสินใจให้ถูกต้องได้
ในความเป็นจริง
เราก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เขาต้องตกสภาพอย่างนี้ หากว่าเราดูแลใส่ใจ เขาในฐานะน้องคนหนึ่งให้มากกว่านี้ เรื่องราวมันคงจะไม่ผิดพลาดแบบนี้ เราเองก็ผิด
เราไม่อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในสังคมอีก

พ่อหมีเองถ้าเป็นไปได้ ก็อยากให้น้องเขาออกให้ห่างคนประเภทนี้ให้มากที่สุด สิ่งที่สูญเสีย มันเป็นในแง่ของจิตใจมากกว่าร่างกาย เพราะถ้าเราถลำลึกลงไป สิ่งที่ร้ายแรงก็คือ เขา ครอบครัวเขา จะมองว่าเราเป็นต้นเหตุที่ทำให้ครอบครัวเขาต้องแตกแยก เขาไม่ได้มองหรอกว่า ตนเองนั้นแหละเป็นผู้สร้างปัญหานี้ขึ้นมา คิดซะว่าเราเคยทำกรรมแบบนี้มาก็แล้วกัน อโหสิ แล้วหนีให้ห่างดีทีสุดครับ
#1 By ปู่หมี on 2007-03-06 11:26